วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

หากโลกใบนี้

โลกที่เราอยู่มันคือโลกส่วนตัวที่ได้แยกออกจากกัน ต่างคนก็ต่างมีเวลาเป็นของตัวเอง เราเคยเจอกันที่ไหนสักแห่ง แต่เราก็ไม่มีโอกาสได้รู้จักกัน   อาจเป็นเพราะว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง พระเจ้าได้กำหนดไว้ว่า ทุกอย่างควรเป็นเช่นไร   มีอยู่สิ่งหนึ่งที่พระเจ้าคงอยากสร้างสีสันให้ชีวิตของมนุษย์   นั่นคือ ปาฏิหาริย์

สิ่งนี้สามารถนำโลกคู่ขนานของแต่ละคน เดินทางผ่านห้วงเวลาให้มาพบจุดตัดกัน ณ ช่วงเวลานั้น จนเรารู้สึกได้ว่า โลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงเราคนเดียวนะ ยังมีคนอื่นอีกมากมายให้เราได้รู้จัก   บางห้วงเวลาเราก็อยากจะใช้ชีวิตอยู่ในโลก ณ ตรงนั้น จนไม่อยากให้มันจากไป ถึงกับคิดไปเองว่า ทำยังไงดี ถึงจะหยุดเวลาที่มีความสุขให้อยู่ตรงนี้ตลอดไปได้

ใครที่โชคร้ายที่ได้ตกไปอยู่ห้วงเวลาที่มีแต่ความผิดหวัง คนๆนั้น ก็อยากจะมีเครื่องมือเร่งเวลาให้มันผ่านไปให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้เจอโลกใบใหม่

ทุกช่วงเวลาดีๆได้หล่อหลอมให้กลายเป็นหนึ่งชีวิต ซึ่งจะคอยพัฒนาตัวของเราให้เติบโตและแข็งแกร่งขึ้น สามารถที่จะอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้  และมันก็คงอยู่แบบนี้ต่อไป  ตราบเท่าที่โลกของเรายังต้องหมุนรอบตัวเอง  และหมุนรอบดวงอาทิตย์    


วันจันทร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2558

อ่านไป คิดตาม

                      ผมดีใจที่โลกยุคปัจจุบัน ทุกคนนั้นสามารถเข้าถึงข้อมูลมหาศาลได้พร้อมกัน ต้องบอกว่า ถ้าสมัยก่อนเป็นโลกทุนนิยมที่ต้องใช้เม็ดเงินในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆโลกยุคนี้ก็คงมาถึงยุค information จานด่วนแล้วนั่นแหละ  ที่เราสามารถใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์เพื่อที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้ทุกคนได้เข้าถึงได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เม็ดเงินมากมาย


อีกแล้วเมื่อมีข้อมูลเป็นจำนวนมาก ทุกคนก็มีสกิลรับรู้ข้อมูลได้รวดเร็วสามารถเอามาเล่าให้คนรอบข้างฟังได้อย่างทันทุกช่วงเวลา  เล่ามาขนาดนี้ก็คงสงสัยเหมือนกันสิครับว่า มีแต่ข้อดีสิ  ที่ทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้เหมือนกันหมด  ถ้ามองแบบเรียบง่าย เราก็คงไม่ต้องคิดมาก แค่เพียงบริโภาคข้อมูลเพียงอย่างเดียว  ผมเริ่มสังเกตสิ่งรอบตัวก็คือ โซเชี่ยลมีเดีย ที่ทุกคนพยายามแชร์ทุกสิ่งทุกอย่าง  โดยที่ไม่สนเลยว่า ข้อมูลที่ได้มานั้นมาจากไหน  พอเห็นคนอื่นแชร์มากลัวจะตกยุค ก็กดไลค์ตามอีก  กลายเป็นว่า ขาดการคิดตามกระบวนการกลั่นกรอง   ว่า เห้ย มันจริงรึเปล่า แหล่งที่มาน่าเชื่อถือหรือไม่    และที่น่ากลัวคือไม่ยอมเปิดใจรับฟัง พยายามโต้เถียงแบบผิดๆ ในกรณีที่มีคนศึกษาค้นคว้ามาโต้แย้งด้วย  ด้วยการกล่าวอ้างอิงมาจากโซเชี่ยลก็คนนู้นเค้าแชร์คนก็เข้ามากดไลค์กันเยอะ ว่าน่าเชื่อถือกว่า


                  สิ่งที่ผมอยากฝากไว้สำหรับยุค information จานด่วน  หัดสังเกต พยายามสร้างภูมิคุ้มกันว่า อย่าเชืออะไรง่ายๆ หัดเอะใจบ้าง สร้างความสงสัยตลอดเวลา เพื่อที่เราจะได้ไปศึกษาค้นคว้า ตัวเราจะได้ไม่ตกเป็นเหยือของ information จานด่วน  ที่เชื่ออะไรผิดๆอยู่  มันน่าเป็นห่วงนะครับที่ความเชื่อผิดๆจะถูกฝังรากลงในสมองของคนหลายคนต่อไปก็จะหยุดพัฒนาการเรียนรู้ เพื่อที่จะฉลาดขึ้น  แล้วคนเราจะประสบความสำเร็จกันได้อย่างไรล่ะผมเป็นห่วงคนยุคนี้จริงๆ ขอฝากไว้ให้ลองคิดตามดูนะครับ